Posts Tagged ‘กฤษณา ไกรสินธุ์’

กฤษณา ไกรสินธุ์

ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ผู้ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์และมาลาเรีย

ใครๆ เรียกเธอว่าซิมบาจิเค เป็นภาษาสวาฮิลีแปลว่านางสิงห์ ชาวแอฟริกันชื่นชอบนิสัยที่อบอุ่นและชื่นชมในความเข้มงวดของเธอ

รีด เดอร์ส ไดเจสท์ ทั่วเอเชีย ขอยกย่องให้ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เภสัชกรหญิงชาวไทยวัย 55 เป็นบุคคลแห่งปีของเอเชียประจำปี 2551 เป็นบุคคลที่ทุ่มเททำงานและสร้างคุณค่า ผลจากความทุ่มเทอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อผลักดันให้ผู้ป่วยยากไร้มีโอกาสใช้ยารักษาโรคเอดส์และมาลาเรีย

แม้ ว่าบริษัทยาข้ามชาติเริ่มผลิตยาต้านเอดส์ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 แต่ยามีราคาแพงมาก รัฐบาลไทยจึงไม่สามารถจัดหายาให้แก่ผู้ป่วยยากจนได้ มีเพียงคนรวยเท่านั้นที่สามารถซื้อยานี้มารักษาตัว ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ผู้ป่วยชาวไทยกว่า 450,000 คน เสียชีวิตจากโรคเอดส์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่สามารถเข้าถึงยาราคาถูกได้

กระทั่งปี 2545 โครงการสำคัญของ ดร.กฤษณาผลักดันให้ไทยมีการผลิตยาต้านเอดส์ราคาถูกทำให้อัตราเสียชีวิตลดลง ปัจจุบัน ไทยเป็นหนึ่งในประเทศกำลังพัฒนาที่มีโครงการรักษาโรคเอดส์ระดับชุมชนดีที่ สุดในโลก ผู้ป่วยยากจนส่วนใหญ่สามารถรับยาฟรี

วิสัยทัศน์และ ความทุ่มเทของ ดร.กฤษณาไม่ได้อำนวยประโยชน์เฉพาะชาวไทยเท่านั้น ยาของเธอยังนำไปใช้รักษาผู้ป่วยยากจนในประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนาม ดร.กฤษณายังทุ่มเทเวลา 5 ปีที่ผ่านมาช่วยเหลือชาวแอฟริกันกวาดล้างโรคเอดส์และโรคมาลาเรีย

ดร. กฤษณาขยันและเอาจริงเอาจัง เธอเร่งพัฒนายาราคาถูกสำหรับรักษาโรคต่างๆ ตั้งแต่ความดันโลหิตสูงไปถึงเบาหวาน ยาสามัญที่เธอผลิตมีราคาถูกเพราะเป็นยาที่ผลิตเลียนแบบยาต้นตำรับจากต่าง ประเทศ ซึ่งสิทธิบัตรหมดอายุการคุ้มครองไปแล้ว ความยากของขั้นตอนผลิตจึงอยู่ที่การวิจัยและทดสอบเพื่อค้นหาส่วนประกอบยาที่ ถูกต้อง

ปี 2535 โรคเอดส์แพร่กระจายในไทยอย่างรวดเร็ว ดร.กฤษณาจึงตัดสินใจผลิตยาสามัญของยาต้านเอดส์ (antiretrovirals-ARVs) โดยยาที่สนใจเป็นพิเศษคือซิโดวูดีน (Zidovudine-AZT) เนื่องจากมีสรรพคุณลดการถ่ายทอดเชื้อไวรัสจากสตรีสู่ทารกในครรภ์ ปี 2538 ดร.กฤษณาผลิตยาสามัญของซิโดวูดีนชนิดแคปซูลสำเร็จเป็นครั้งแรกด้วยต้นทุน เพียงหนึ่งในห้าของยาต้นตำรับ นับเป็นประเทศแรกในโลกกำลังพัฒนาที่ผลิตยาสามัญของยาต้านเอดส์สำเร็จ ยาสูตรผสมชนิดใหม่นี้กินเพียงวันละสองครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องกินวันละหกเม็ดเหมือนเดิมและราคาถูกกว่าถึง 18 เท่า ดังนั้น สามในสี่ของผู้ป่วยโรคเอดส์กว่า 100,000 คน ในไทยจึงหันมาใช้ยาสูตรผสมของ ดร.กฤษณา

ปลายปี 2545 ดร.กฤษณาได้รับโทรศัพท์จากเจ้าของโรงงานในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ว่า คนงานจำนวนมากที่นั่นกำลังจะเสียชีวิตจากโรคเอดส์ พวกเขาจึงต้องการให้เธอช่วยผลิตยาจีพีโอเวียร์ เธออยากช่วยเหลือประเทศแถบแอฟริกาในการแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขเป็นทุนเดิม จึงตอบตกลงทันที

แล้วยังไปช่วยประเทศแทนซาเนียผลิตยาสามัญของ ยาต้านเอดส์ ตลอดจนอบรมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตก เธอพัฒนายารักษาโรคมาลาเรียรุนแรงในเด็ก ช่วยฟื้นฟูโรงงานผลิตยาในประเทศมาลี ซึ่งใกล้ปิดกิจการ จนกลายเป็นโรงงานแห่งแรกในประเทศแถบตอนใต้ของทะเลทรายสะฮาราที่สามารถผลิตยา เม็ดรักษามาลาเรียในปริมาณมากถึงระดับอุตสาหกรรม

ความอุตสาหะ ของ ดร.กฤษณาเริ่มผลิดอกออกผล เธอเป็นนางสิงห์ที่กระโดดลงมาช่วยเหลือคนทุกข์ยาก เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายให้บรรเทาและเบาบางจากความเจ็บป่วยทั้งกายและใจนับล้าน คน